ฟุตบอลทีมชาติไทย ได้มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี ประตูนับพันที่นักกีฬาทีมชาติไทยยิงใส่ฝั่งตรงข้าม นำมาซึ่งความสำเร็จและคว้าแชมป์มามากมาย สร้างความภูมิใจให้กับแฟนบอลชาวไทยหลายยุคหลายสมัย แต่ในประตูนับพัน มีเพียงแค่ประตูเดียวเท่านั้นที่นักเตะไทยทำได้ในมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก นั่นก็คือ “โอลิมปิก” กองหน้าชาวไทยผู้จารึกปลูกยิงประวัติศาสตร์ เพียงหนึ่งเดียวคนนั้น มีชื่อว่า  อุดมศิลป์ สอนบุตรนาค

อุดมศิลป์ สอนบุตรนาค เป็นอดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย มีชื่อเล่นว่า “หน่อย” หรืออีกชื่อที่คนทั่วไปได้รู้จักกันในชื่อ “เป๊ปซี่”  เกิดเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2490 เกิดและเติบโตในจังหวัดลพบุรี เขาเริ่มสร้างชื่อเสียงในวงการลูกหนังตั้งแต่ในระดับเยาวชน ด้วยการลงสนามแข่งขันฟุตบอลให้กับทีมจังหวัดลพบุรีอันเป็นบ้านเกิด เมื่อครั้งที่ อุดมศิลป์ สอนบุตรนาค อายุได้เพียง 14 ปี เขาได้เข้ามาศึกษาต่อที่กรุงเทพมหานคร เขาได้ถูกคัดเลือกให้เข้าสู่สโมสรธนาคารกรุงเทพ ก่อนประสบความสำเร็จมากมายในระดับเยาวชน ก่อนถึงฟุตบอลรุ่นใหญ่ ในปี พ.ศ.2509 อุดมศิลป์ สอนบุตรนาค ในวัย 19 ปี ได้ติดเข้าทีมชาติครั้งแรก ในชุดลุยศึกเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 5 ก่อนสร้างชื่อจากการซักแฮตทริก ช่วยให้ทีมชาติไทย ชนะ ทีมชาติมาเลเซีย ในกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 เมื่อ พ.ศ. 2510 จากผลงานในครั้งนั้น อุดมศิลป์ สอนบุตรนาค ได้รับฉายาจากแฟนบอลชาวไทยว่า “รถด่วนเมืองละโว้” และกลายเป็นความหวังสูงสุดของทีมชาติไทย ที่ผ่านรอบคัดเลือกลงแข่งขันกีฬา “โอลิมปิก” ครั้งที่ 19 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2511 ที่ประเทศเม็กซิโก

สำหรับการแข่งขันในรอบแรกทีมชาติไทยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มดี ร่วมกับทีมชาติเชโกสโลวาเกีย ทีมชาติบัลแกเรีย และทีมชาติกัวเตมาลา เริ่มต้นการแข่งขันในนัดแรก ทีมชาติไทยทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง ขุนพลช้างศึก พ่ายแพ้ต่อ ทีมชาติบัลแกเรีย ถึง 7-0 ประตู ทำให้สถานการณ์ในนัดถัดไปที่ต้องเจอกับ ทีมชาติกัวเตมาลา นั้น ทีมชาติไทยจะแพ้ไม่ได้ และเมื่อเสียงนกหวีดเริ่มการแข่งขันดังขึ้น นักเตะทั้งสองฝ่ายต่างวิ่งเข้าใส่กันอย่างเอาเป็นเอาตาย ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าวจากแสงแดดที่ร้อนแรง ทำให้นักเตะทีมชาติไทยเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด ในการแข่งขันนาทีที่ 23 ทีมชาติกัวเตมาลา ยิงบอลขึ้นนำ ทีมชาติไทย ด้วยสกอร์ 1-0 ประตู และเพื่อทวงคืนประตู นักเตะทีมชาติไทยต้องลืมความเหนื่อยล้า และเปิดเกมส์อย่างหนักเพื่อหวังทวงประตูคืน ในการแข่งขันนาทีที่ 44 บุญเลิศ นิลภิรมย์ นักเตะชาวไทย ตำแหน่งปีก พาบอลขึ้นไปข้างหน้า ก่อนจ่ายบอลให้ อุดมศิลป์ สอนบุตรนาค พาบอลไปที่หน้าปากประตู ก่อนยิงสวนผู้รักษาประตูทีมชาติกัวเตมาลา เข้าประตูไป และนั่นคือประตูประวัติศาสตร์เพียงประตูเดียวของทีมชาติไทย ในมหกรรมกีฬา “โอลิมปิก” แม้สุดท้ายทีมชาติไทยจะพ่ายแพ้ให้กับทีมชาติกัวเตมาลา 4-1 ประตู และพ่ายแพ้ให้กับทีมชาติ เชโกสโลวาเกีย 8-0 ประตู ตกรอบไปในอันดับสุดท้ายแบบไร้คะแนน แต่ชื่อของ อุดมศิลป์ สอนบุตรนาค ยังคงอยู่หน้าประวัติศาสตร์ และความทรงจำของแฟนบอลชาวไทย ในฐานะนักเตะที่สามารถทำประตูได้ในมหกรรมกีฬา “โอลิมปิก” ประวัติศาสตร์ที่ยังไม่มีใครสามารถตามรอยได้ แม้ว่าเวลาจะผ่านมากกว่า 50 ปีแล้วก็ตาม