ธนบูรณ์ เกษารัตน์ เป็นนักฟุตบอลอาชีพชาวไทย เล่นอยู่ในตำแหน่งกองกลาง และกองหลัง ของทีมชาติไทย เกิดเมื่อวันที่  21 กันยายน 2536 มีชื่อเล่นว่า “ตั้ม” ปัจจุบันได้ลงสนามเล่นกีฬาฟุตบอลให้กับสโมสรต้นสังกัด อย่างสโมสร การท่าเรือ เอฟซี ในศึกไทยลีก ลีกสูงสุดของประเทศไทย และได้มีรายชื่อติดเป็นตัวแทนทีมชาติไทย ธนบูรณ์ เกศารัตน์ พื้นเพบ้านเดิมเป็นชาวจังหวัดสมุทรปราการ

ธนบูรณ์ เกศารัตน์ ได้มีรายชื่อติดทีมชาติไทย ครั้งแรกในรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี เขาได้ร่วมการแข่งขันฟุตบอล เอเชียเยาวชน ในรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ด้วยฝีเท้าการเล่นของ ธนบูรณ์ เกศารัตน์ ได้ฉายแววเข้าตาของ แอนดรูว์ ออร์ด โค้ชผู้ฝึกสอนของ สโมสรฟุตบอล บีอีซี – เทโรศาสน ในขณะนั้น และเขาได้ถูกดันให้ขึ้นไปอยู่ในทีมชุดใหญ่ของทีม “มังกรไฟ” สโมสรฟุตบอล บีอีซี – เทโรศาสน ในปี พ.ศ. 2555 ร่วมกับนักฟุตบอลในรุ่นเดียวกัน อย่างเช่น “เมสซี่เจ”  ชนาธิป สรงกระสินธ์ ต่อมา ธนบูรณ์ เกศารัตน์  ก็ได้ถูกเรียกตัว มีรายชื่อติดอยู่ในทีมชาติไทย ชุดใหญ่ เป็นครั้งแรก ในการควบคุมทีมในการแข่งขันนัดแรกของ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ในการแข่งขันนัดกระชับมิตรที่ทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ได้สร้างประวัติศาสตร์สามารถบุกไปชนะ ทีมชาติจีน ได้สำเร็จ ด้วยสกอร์ 5-1 ประตู เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2556 และ ธนบูรณ์ เกศารัตน์ ได้เป็นนักเตะตัวหลักในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ปี 2013 ที่ประเทศพม่า ได้เป็นเจ้าภาพ ทีมชาติไทยสามารถคว้ารางวัลเหรียญทองมาครอบครองได้สำเร็จเป็นครั้งแรก ในการแข่งขันรอบ 4 ปี , รางวัลอันดับที่ 4 ของการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ปี 2014 ที่ประเทศเกาหลีใต้ และในการแข่งขันรายการ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ปี 2014 ธนบูรณ์ เกศารัตน์ สามารถเป็นผู้ทำประตูแรกให้กับทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ได้ในการแข่งขันนัดที่ ทีมชาติไทย ได้พบกับ ทีมชาติเมียนมาร์ ในการแข่งขัน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ปี 2014 ผลการแข่งขัน คือ ทีมชาติไทย ชนะไปด้วยสกอร์ 2-0 ประตู และในที่สุด ทีมชาติไทย ก็สามารถคว้ารางวัลแชมป์มาได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี รวมทั้งในการแข่งขัน ปี พ.ศ.2558 ก็ร่วมทีมสามารถคว้ารางวัลอันดับ 2 ในการแข่งขันรายการ คิงส์คัพ และในการแข่งขัน ศึกปรีโอลิมปิก ในรอบคัดเลือก ธนบูรณ์ เกศารัตน์ ก็สามารถพาทีมชาติไทย ผ่านเข้าไปแข่งขันในรอบสุดท้ายได้สำเร็จ ต่อเนื่องกับการแข่งขันกีฬา ซีเกมส์ ปี 2015 ซึ่ง ทีมชาติไทย สามารถป้องกันแชมป์ รักษาเหรียญทองไว้ได้สำเร็จ และ ธนบูรณ์ เกศารัตน์ ได้กลับมาเล่นให้กับ ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ อีกครั้งในการแข่งขันฟุตบอลโลก ปี 2018 ในรอบคัดเลือก โซนเอเชีย – ในรอบที่ 2 จน ทีมชาติไทย สามารถที่จะผ่านเข้าไปสู่การแข่งขันในรอบที่ 3 ได้สำเร็จ

ในปี พ.ศ. 2559 ธนบูรณ์ เกศารัตน์ ได้จับมือกับเพื่อนร่วม ทีมชาติไทย อย่าง “แมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ และ “บาส” พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา ย้ายออกจากสโมสรเดิม เพื่อมาเล่นร่วมกับเพื่อนร่วมทีมชาติไทย อย่าง “ตังค์” สารัช อยู่เย็น, “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา และ “ตอง” กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ในสังกัดใหม่ สโมสรฟุตบอล เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ภายใต้การควบคุมทีมของ “โค้ชแบน” ธชตวัน ศรีปาน ด้วยสัญญายืมตัวเป็นระยะเวลา 1 ปี และ ธนบูรณ์ เกศารัตน์ ยังสามารถทำผลงานได้ดีเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง จนสามารถพาสโมสร ฟุตบอล เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ในศึกไทยลีก ใน พ.ศ.2559 และยังได้พา ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ สามารถคว้าแชมป์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ปี 2016 ได้สำเร็จ

ในปี พ.ศ. 2560 ธนบูรณ์ เกศารัตน์ ได้สร้างสถิติใหม่ โดยการเป็นนักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดในการแข่งขันในศึกไทยลีก จากการย้ายสังกัดอีกครั้ง จากสโมสรฟุตบอล เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ไปยังสโมสรฟุตบอล สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่อัตราค่าตัวจำนวน 50 ล้านบาท ซึ่ง ธนบูรณ์ เกศารัตน์ ก็ยังคงรักษาฟอร์มการเล่นได้ดีเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งในเกมการแข่งขันที่ ทีมเชียงราย ได้บุกไปเอาชนะ ทีมการท่าเรือ ด้วยสกอร์ 2-1 ประตู ธนบูรณ์ เกศารัตน์ ได้รับการปะทะอย่างหนักในการแข่งขันนาทีที่ 3 ทำให้ ธนบูรณ์ เกศารัตน์ ต้องถูกหามส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บอย่างเร่งด่วน ซึ่งผลการตรวจได้ระบุว่า ธนบูรณ์ เกศารัตน์ มีอาการบาดเจ็บที่เอ็นไขว้หน้า 2 เส้น และบาดเจ็บที่เอ็นด้านข้างขาด รวมไปถึงหมอนรองกระดูกฉีกขาด จึงมีความจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดหลังจากที่มีอาการหายบวมแล้ว จึงทำให้ ธนบูรณ์ เกศารัตน์ ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บเป็นระยะเวลายาวถึงครึ่งปี ทำให้ ธนบูรณ์ เกศารัตน์ หมดสิทธิ์ที่จะช่วยสโมสรต้นสังกัดและทีมชาติไทย ไปตลอดปี พ.ศ.2560

ในปี พ.ศ. 2562 ธนบูรณ์ เกศารัตน์ ได้ย้ายสังกัดอีกครั้ง จากสโมสร บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ไปอยู่กับสโมสรฟุตบอล การท่าเรือ หรือทีม สิงห์เจ้าท่า นั่นเอง ภายใต้การบริหารทีมของ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ โดยครั้งนี้ ธนบูรณ์ เกศารัตน์ ได้มีการเปิดเผยถึงค่าตัว อยู่ที่ประมาณ 20 ล้านบาท